บทความนี้จะขอพาเพื่อนๆไปทำความรู้จักตัวเอกหญิงคนล่าสุดของ
โจโจ้ ล่าข้ามศตวรรษ คนนี้กันครับ กับสาวน้อยที่ผมตั้งฉายาให้ว่า ดังโงะจัง 
"ฮิโรเสะ ยาสึโฮะ" จาก Jojo no Kimyou na Bouken Part 8 : Jojolion
นั่นเอง ...ส่วนตัวผมเซอร์ไพรส์นะครับที่ Jojolion กระแสตอบรับดีกว่าที่คิดเยอะ
หลังจากออกรวมเล่มในไทย นึกว่าจะเป็นภาคที่มีแต่คนเกลียดซะแล้ว 5555+
ไปๆมาๆคนที่ชอบภาคนี้ก็ไม่น้อยเลย




ฮิโรเสะ ยาสึโฮะ เด็กสาวชาวญี่ปุ่นแท้ๆ อาศัยในเมืองโมริโอ เขต S อายุ 19 ปี 
สูง 166 เซนติเมตร สายตาสั้นมาก (ยาสึโฮะใส่คอนแท็คเลนส์) เป็นนักศึกษา
มหาวิทยาลัยบุโดงาโอกะ TG คณะสังคมศาสตร์ อาศัยกับมารดาชื่อ ซึจิโยะ 
แค่สองคน บ้านยาสึโฮะค่อนข้างมีฐานะพอสมควร มีความคุ้นเคยกับบ้านฮิงาชิ
คาตะมาตั้งแต่เด็ก ...เป็นเด็กสาวที่มีชีวิตปกติๆมาตลอด จนกระทั่งเธอได้พบกับ
ชายหนุ่มบุคลิกมึนๆเอ๋อๆ ผู้ไร้ความทรงจำคนหนึ่งที่ภายหลังถูกเรียกว่า ฮิงาชิ-
คาตะ โจสุเกะ หลังจากนั้นชีวิตของเธอก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป... 

(ถ้าว่ากันตามจริงในทฤษฎี "จักรวาลที่ถูกรีเซ็ต" แล้ว ยาสึโฮะจัง
ก็คือเจ้าเตี้ย "ฮิโรเสะ โคอิจิ" แบบสลับเพศนั่นแหละครับ อิอิ > <)




ส่วนความสามารถสแตนด์ของยาสึโฮะนั้น (ใครยังไม่ได้อ่านรวมเล่มข้ามเนื้อหา
ตรงนี้ไปเลยก็ได้ครับ หากไม่อยากรู้ก่อน) มีชื่อว่า "เพสลีย์ พาร์ค (Paisley 
Park)"
 เป็นสแตนด์ควบคุมระยะไกล โดยจะสามารถชี้ทิศทางปลอดภัยให้กับ

บุคคลอื่นๆได้ผ่านระบบ GPS ในมือถือหรือเครื่องมือสื่อสารอื่นๆ ถือเป็นสแตนด์
ที่มีไว้ซัพพอร์ทผู้อื่นโดยแท้เลย จุดอ่อนคือพลังทำลายต่ำมากๆ ...ซึ่งตัวสแตนด์
ตัวนี้นั้นยังมีปริศนาหลายๆอย่างที่ยังไม่เปิดเผย เพราะตัวยาสึโฮะยังใช้ความ
สามารถของตัวเองไม่ถนัด คาดว่าในอนาคตคงเปิดเผยออกมามากกว่านี้นะแจ๊ะ ^ ^




โอเคครับ ..ถ้านับด้านรูปลักษณ์ภายนอก แน่นอนว่ายาสึโฮะไม่ใช่ตัวละครหญิง
โมเอะโนเนะตามสมัยนิยม แต่เป็นตัวละครหญิงแนวอารากิสไตส์เลย คือด้วยลาย
เส้นที่สมจริง หยาบๆตามสไตส์สเก็ตช์เหมือนแบบ อ.อารากิ สมัยนี้ ฉะนั้นถ้านับ
เรื่องภายนอก ยาสึโฮะไม่ใช่คนน่ารักแบบโมเอะแน่นอน (บางคนบอกว่า มองเผินๆ
เหมือนผู้ชายใส่วิกด้วยซ้ำ ...ฮาาาาา T^T ยอมรับครับว่าจริงๆ) แต่จริงๆ อ.อารากิ
ก็ดีไซน์เสื้อผ้าหน้าผมของยาสึโฮะออกมาน่ารักเป็นเอกลักษณ์สุดๆ มีคอสเพลย์
ยาสึโฮะน่ารักๆออกมาเยอะพอสมควร [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
เวลาแฟนๆเอาไปวาดแฟนอาร์ตแนวโมเอะนี่น่ารักทุกผลงานเลย (โดยเฉพาะ
คุณ U_Rei ที่เคยวาดยาสึโฮะเวอร์ชั่นสาวแว่นออกมา น่ารักมากกกกก > <) 




แต่สิ่งที่ทำให้ยาสึโฮะน่ารักไม่ใช่เพราะหน้าตาอะไรครับ แต่เป็นที่บุคลิกนิสัยและ
บทบาทของตัวดังโงะเองนั่นแหละ ที่ทำให้เธอน่ารัก โดยบุคลิกของยาสึโฮะจะเป็น
เด็กสาวร่าเริงสดใส โก๊ะๆ แต่ไหวพริบดีและมีความห่วงใยคนอื่นๆ แถมยังเป็นคนใส่
ซื่อและมองโลกในแง่ดีมากจนบางครั้งก็มากเกินไปอีกด้วย ทำให้ตลอดเรื่องเราจะ
ได้เห็นยาสึโฮะทำอะไรตลกๆเปิ่นๆออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจเสมอ ผมว่าตรงนี้ของ
ดังโงะน่ารักมากเลยครับ ...แต่ลึกๆแล้วยาสึโฮะก็เป็นคนเหงาคนหนึ่ง เพราะมีเพื่อน
ที่สนิทจริงๆน้อย ไม่ค่อยเข้าสังคม เลยต่อกับคนอื่นไม่ค่อยจะติด แต่ก็ยังมองโลกในแง่ดีอยู่ดี  




...ซึ่งถ้าหากลองเทียบกับตัวละครหญิงเด่นๆคนอื่นๆ ทุกคนจะมีโปรไฟล์ที่ไม่ธรรมดา
ทั้งนั้น เช่น อาจารย์วิชาพลังคลื่นมนตรา (ลิซ่าลิซ่า), สาวยันผมสลวย (ยูคาโกะ), 
ลูกสาวเจ้าพ่อ (ทริช), สาวแกร่งสมบุกสมบัน (โจลีน), เด็กสาวที่ถูกสร้างศพเลือก (ลูซี่) 
แต่จุดเด่นของยาสึโฮะที่ค้านกับสาวทุกๆคนที่ว่ามานั้น ก็คือ...


"ยาสึโฮะ เป็นตัวละครหญิงที่ธรรมดาที่สุดในซีรีย์โจโจ้"




อาจเพราะยาสึโฮะดูธรรมดามากจนดูเหมือนคนจริงๆ ทำให้ดังโงะจังคนนี้ดูโดดเด่น
ขึ้นมาเลยนะครับ (พอๆกับพระเอกอย่างโจสุเกะที่บุคลิกเอ๋อๆมึนๆ เทียบไม่ได้เลยกับ
ตัวเอกแนวลูกผู้ชายแบบภาคก่อนๆ แต่ก็เป็นสเน่ห์เฉพาะตัวของเขาเช่นกัน) เป็นแค่
เด็กสาวที่ใช้ชีวิตปกติๆจริงๆ แต่จู่ๆก็ต้องมาเจอกับเรื่องพิลึกพิลั่นอะไรก็ไม่รู้ในเมืองที่
ตัวเองโตมา ซึ่งยาสึโฮะก็ไม่ได้หาทางรับมือด้วยความกล้าหาญแบบสาวๆในภาคก่อนๆ
เลย แต่หาทางเอาตัวรอดตามมีตามเกิด (จนล่าสุดตอนนี้หลับปุ๋ยไปหลายตอนแล้ว ...ฮาาา)




ยาสึโฮะถือว่าเป็นตัวละครหญิงตัวที่ 2 ในซีรีย์โจโจ้เลยนะครับที่ได้ตำแหน่ง "นาง
เอกที่คู่กับพระเอกของภาค"
 แบบจริงๆ (คนแรกคือ เอริน่า ในภาค 1 และหลังจาก

นั้นโจโจ้ก็ไม่มีนางเอกจริงๆจังๆอีกเลย นอกนั้นส่วนใหญ่จะเป็นนางเอกในใจคนอ่านเอง
ซะเยอะ 5555) ซึ่งพอมียาสึโฮะในเรื่อง มันก็ทำให้โทนของ Jojolion มีความอ่อนหวาน
มากขึ้น เพราะเมืองโมริโอในภาค 8 ไม่ใช่เมืองที่สงบสุขผู้คนยิ้มแย้มแจ่มใสเหมือนใน
ภาค 4 อีกต่อไปแล้ว แต่เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยปริศนาดำมืด ผู้คนทำตัวมีลับลมคมนัย 
เต็มไปบรรยากาศของโกหกหลอกลวง ทั้งโจสุเกะและยาสึโฮะจึงเปรียบสเมือนแสงสว่าง
ดวงเล็กๆในเมืองนี้นั่นเองครับ เป็นคนหนุ่มสาวที่ต้องการชีวิตที่สงบสุข ไม่ได้จะช่วย
โลกหรือทำอะไรยิ่งใหญ่...




ฉะนั้นหากถามว่าตัวละครหญิงในโจโจ้ที่ผมชอบที่สุดในตอนนี้ หนีไม่พ้นยาสึโฮะจังครับ 
เพราะด้วยเรื่องที่เต็มไปได้ปริศนดำมืดใน Jojolion ยาสึโฮะเปรียบเสมือนแสงสว่างของ
เรื่องเลยจริงๆ > < ถือว่า อ.อารากิ สร้างยาสึโฮะให้น่ารักในสายตาคนอ่านได้จริงๆ โดย
ไม่ต้องใช้ลายเส้นโมเอะเลยเชียวครับ

(ปล.คนที่มาพากย์เสียงดังโงะนิดหน่อยในเกม All Star Battle คือไอดอล
สาวน่ารัก "คิตามูระ เอริ" นั่นเองครับ ..เอาคิตะเอริมาพากย์นี่เหมือนจะรับ
ประกันความน่ารักยังไงไม่รู้ 55555+)
 



 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ผมล่ะนับถือในความเก่งกาจของ เควิน ฟีจ หัวเรือใหญ่ของมาร์เวลจริงๆ ที่ทำให้การ
ตลาดของมาร์เวลสตูดิโอไม่เคยพลาดเลยซักเรื่องเดียว (เว้น The Incredible Hulk 
เรื่องเดียวที่ผลตอบรับยังไม่เปรี้ยงนัก) ทำให้แฟรนไชส์ทุกเรื่องสามารถมาเจอกันใน 
The Avengers ได้ แต่หลังจากจบอเวนเจอร์สแล้ว ฮีโร่ทุกคนก็ต้องแยกย้ายกันไป
ตามทางและเรื่องราวของตนเอง ...ซึ่งก็เหมือนกับมาร์เวลที่ต้องเริ่มทุกอย่างใหม่ต่อ
จาก Phase 1 ในจักรวาล MCU ด้วย "MCU Phase 2" นี้เอง

โดยผมจะชอสรุป 5 ข้อ ต่อสิ่งน่ารู้ของหนัง Iron Man 3 
ที่จะฉายในซัมเมอร์นี้ รวมทั้งสิ่งที่จะเกิดขึ้นในหนัง ที่จะมี
ผลต่อองค์รวมของจักรวาล MCU Phase 2 นี้ด้วยครับ

######################################################

อธิบายศัพท์ : ขอภัยที่ขัดจังหวะนะครับ แต่เนื่องจากในบทความนี้ผมใช้ศัพท์เฉพาะที่ส่วนใหญ่
มีแต่แฟนการ์ตูนที่รู้อยู่เยอะ ผมเลยขออธิบายไว้ก่อนสำหรับบางคำที่หลายๆคนยังไม่ทราบ 
เพื่อความสนุกในการอ่านบทความของผมอย่างลื่นไหลนะครับ



MCU = ย่อมากจาก Marvel Cinematic Universe หมายถึง "จักรวาลมาร์เวลภาพยนตร์" 
ซึ่งก็คือจักรวาลมาร์เวลในหนังนั่นเองครับ ซึ่งในที่นี้ก็นับรวมเฉพาะหนังที่สร้างโดยดิสนีย์/มาร์เวลสตูดิโอ
เท่านั้นนะครับ (X-Men กับ The Amazing Spider-Man ไม่นับเพราะสิทธิ์ตัวละครอยู่กันคนละค่ายหนัง)

Phase = แปลตรงตัวเลยคือ "ช่วงเวลาของอีเวนท์" ที่จะเกิดขึ้นใน MCU ซึ่งจะแบ่งเป็นคนละ 
Phase หรือคนละช่วง เพื่อสร้างความสะดวกต่อการวางแผนทำการตลาด รวมทั้งเรื่องราวโดยรวมของหนัง
ทุกเรื่อง ก่อนที่ทุกเรื่องจะมาเจอกันใน The Avengers นั่นเอง (Iron Man, Iron Man 2, 
The Incredible Hulk, Thor, Captain America : The First Avenger และ The Avengers 
คือหนังใน Phase 1)

######################################################


1) Iron Man 3 คือหนังเปิดหัวขบวนของ 
MCU Phase 2 ที่นำไปสู่ The Avengers 2




ก็เหมือนกับหนัง Iron Man ภาคแรก ที่เป็นหนังเปิดหัวขบวนให้ MCU Phase 1 เมื่อปี 2008 
จนนำไปสู่ The Avengers ให้เราได้มันกันนั่นเอง ซึ่ง เควิน ฟีจ ประธานใหญ่ของ
มาร์เวลสตูดิโอ บอกว่าทิศทางของ Iron Man 3 จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของหนังทุกๆเรื่องใน 
Phase 2 ก่อนจะไปรวมพลกันอีกครั้งใน The Avengers 2 นั่นเอง



ส่วนหนังทีมพิทักษ์จักรวาล Guardian Of The Galaxy นั้น ฟีจบอกอย่างชัดเจนว่าหนังจะที่
ความเกี่ยวข้องกับ The Avengers น้อยมาก โดย GOTG จะมีเนื้อเรื่องที่เป็นเอกเทศมากกว่า
เรื่องอื่นๆ เพราะเนื้อหาเกิดขึ้นนอกโลกถึง 90 กว่าเปอร์เซ็นต์ ซึ่งอะไรจะเป็นยังไงต่อไป 
คาดว่าเราน่าจะได้รู้ใน Iron Man 3 แน่นอน



2) Iron Man 3 ไม่ใช่หนังเครียดหรือมืดหม่น
อย่างที่คิด แค่ทิศทางมันจะต่างไปจากเดิม




เท่าที่ดูจากตัวอย่างหนังที่ออกมา หลายๆคนคงจะคิดว่าหนังภาคนี้น่าจะออกมามืดหม่นและ
ซีเรียสมากๆแน่นอน แต่ฟีจบอกว่าหนังภาคนี้ไม่ใช่หนังเครียดอย่างที่ทุกคนคิด แต่แค่หนัง
จะนำเสนอในแนวทางที่ต่างออกไปจากเดิม ทำให้หนังมีทิศทางที่สดใหม่และไม่ซ้ำซาก 
(อันเป็นเป้าหมายหลักในการสร้างหนังแต่ละเรื่องใน Phase 2) ซึ่ง Iron Man 3 ก็จะเดิน
เรื่องในลักษณะของหนังต่อต้านการก่อการร้ายแนวๆ Zero Thirty Darkly ซึ่งมันก็จะต้อง
มีเนื้อหาที่เข้มข้นขึ้นอยู่แล้ว แต่ฟีจก็ยืนยันแล้วว่าหนังจะไม่ใช่หนังเครียดเหมือน
The Dark Knight แน่นอน 



3) Iron Man 3 จะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเนื้อหาของ
ซุปเปอร์ฮีโร่คนอื่นๆในทีมอเวนเจอร์สหรือหน่วย S.H.I.E.L.D
 



ฟีจว่า หนังภาคนี้จะมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับตัวโทนี่เพียงคนเดียวเท่านั้น ก็เหมือนกับในการ์ตูนที่จะ
ดำเนินเรื่องด้วยตนเองโดยไม่มีคนอื่นมาเกี่ยวข้อง และทุกคนจะมารวมตัวกันเฉพาะในอีเวนท์
ครอสโอเวอร์พิเศษเท่านั้น จักรวาล MCU เองก็เช่นกัน ในภาคนี้โทนี่จะเจอกับปัญหาใหญ่เพียงลำพัง 
โดยจะถูกตัดขาดจากเพื่อนๆในทีม The Avengers (เพราะดูจากเนื้อในภาคต่อของ Thor กับ 
Cap ดูแล้วทุกคนในทีมจะมีปัญหาส่วนตัวที่ใหญ่พอกัน) รวมทั้งหน่วย S.H.I.E.L.D ด้วย เนื้อหา
ในหนังภาคนี้จะเป็นวิกฤตใหญ่ที่ซูปเปอร์ฮีโร่คนอื่นๆไม่สามารถมาช่วยเหลือโทนี่ได้ โดยฟีจบอกว่า 
นี่คือการพิสูจน์ว่า ตัวละครพวกนี้ยังจะมีความน่าสนใจอยู่มั๊ยหากอยู่แบบเดี่ยวๆคนเดียวในหนังของตัวเอง 



4) ศัตรูของโทนี่ สตาร์ก ในภาคนี้คือ "มนุษย์ที่มีพลังพิเศษที่เกิดจาก Extremis" 
ไม่ใช่ "มนุษย์ที่สวมเกราะ" เหมือนทุกภาคที่ผ่านมา




ปกติในหนัง Iron Man ภาคที่ผ่านมา โทนี่จะได้สู้กับมนุษย์ที่สวมชุดเกราะเหมือนกัน เพราะหนังชุด 
Iron Man จะเดินในแนวทางที่สมจริง แต่ในภาคนี้จะเห็นว่านอกจากแมนดารินแล้วเรายังไม่เห็นศัตรู
คนอื่นๆที่สวมเกราะมาสู้กับโทนี่เลย นั่นเพราะในภาคนี้ ชุดเกราะอาจจะไม่จำเป็นสำหรับวายร้ายในภาคนี้
ก็ได้ครับ เพราะในภาคนี้เทคโนโลยี Extremis คือแกนหลักสำคัญของภาคนี้ ...Extremis คือสาร
นาโนเทคโนโลยีที่ทำให้มนุษย์ธรรมดามีร่างกายที่แข็งแกร่งขึ้นและมีพลังพิเศษที่แตกต่างกันออกไป 
ซึ่ง "แมนดาริน" วายร้ายหลักของภาคได้นำไปใช้กับลูกน้องในองค์กรของตนเอง หมายความว่าในภาค
นี้โทนี่จะได้สู้กับพวกคนเหนือคน คล้ายๆกับตอนสู้กับพวกชิทอริในหนัง The Avengers แน่นอนแล้ว
 


ส่วน แมนดาริน นั้น ยังไม่ยืนยันว่าในหนังเขาจะใช้เวทย์มนตร์จากแหวนสิบวง
ของเขาได้หรือเปล่า หรือจะแค่ใส่เอาเท่ห์เฉยๆ (ฮา) ตอนนี้รู้เพียงว่า แมนดาริน
คือผู้ก่อการร้ายที่เป็นทั้งเจ้าลัทธิอะไรบางอย่างด้วย (สังเกตได้จากบัลลังค์ของเขา) 
ก็รอดูกันต่อไปว่าในหนัง แมนดารินจะมีบทบาทเหมือนในการ์ตูนยังไง (แต่เรื่อง
เวทย์มนตร์ผมว่ายังไงมาร์เวลก็ไม่น่าทิ้ง เพราะต้องปูพื้นเรื่องเวทย์มนตร์เผื่อสำหรับ
หนังของหมอแปลกในอนาคตด้วย)



5) Iron Man 3 จะเป็นภาคสุดท้ายของหนังชุดนี้ 
แต่โทนี่ สตาร์ก ก็ยังมีบทบาทในจักรวาล MCU อยู่




ฟีจบอกว่า Iron Man 3 จะเป็นหนังภาคชุดท้ายในไตรภาค Iron Man แล้วจริงๆ 
(จริงๆมาร์เวลวางแผนหนังทุกเรื่องไว้ที่ 3 ภาคทุกเรื่องอยู่แล้ว ไม่เกินไปกว่านั้น) 
แต่ก็ไม่ใช่หนังเรื่องสุดท้ายใน MCU ที่โทนี่ สตาร์ก จะมีบทบาทครับ เพราะ
โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ เซ็นต์สัญญากับมาร์เวลสตูดิโอไว้ 6 เรื่อง บวกกับต้องไป
ปรากฏตัวในของมาร์เวลในอีกหลายๆเรื่องที่ยังไม่ประกาศออกมา หมายความว่า
โทนี่ สตาร์ก จะมีบทบาทต่อไปในหนังเรื่องอื่นๆของมาร์เวลแน่นอน เพียงแต่จะเป็น
เรื่องอะไรนั้นต้องคอยดูกันต่อไปเรื่อยๆเลยครับ 



ส่วนใครที่อยากดูหนังของซุปเปอร์ฮีโร่คนอื่นๆอย่างเช่น แอนท์แมน, แบล็คแพนเธอร์ 
หรือ ดร.สเตรนจ์ นั้น ขอให้อดใจรอไปอีกพักใหญ่ๆเลยครับ เพราะดูท่ามาร์เวลจะเก็บ
เหล่าซุปเปอร์ฮีโร่ใหม่ๆเอาไว้ใน Phase 3, Phase 4 มากกว่า (สร้างออกมาเร็ว
เดี๋ยวก็ไม่เหลืออะไรหากินในอนาคตพอดีสิครับ 5555)

edit @ 6 Mar 2013 20:18:38 by lookeypeople

edit @ 24 Mar 2013 16:08:51 by lookeypeople

รำลึกถึง "ซีซ่าร์ เซเปลี่"

posted on 27 Feb 2013 22:37 by lookeypeople in JOJO directory Cartoon, Entertainment
เนื่องในโอกาศครบรอบการจากไปของชายผู้งดงามดุจฟองสบู่
"ซีซ่าร์ เซเปลี่" เอ็นทรี่นี้จึงเกิดขึ้นมาครับ (จริงๆผมเองก็เกือบ
จะลืมไปแล้วล่ะ ขอบคุณคุณ accelerando ที่ทำให้ผมจำได้นะครับ)
 
 
 

ซีซ่าร์ เซเปลี่ หนึ่งในตัวละครหลักของ โจโจ้ ล่าข้ามศตวรรษ
ภาค 2 กระแสสงคราม ภาคที่หลายๆคนยกให้เป็นภาคที่มีความ
สนุกลงตัวมากที่สุดอันดับต้นๆของซีรีย์ เพราะด้วยอะไรหลายๆ
อย่างที่น่าจดจำของภาคนี้ที่ภาคหลังๆไม่สามารถทำได้ถึงอีกแล้ว
เพราะขนาดภาคนี้ยังไม่มี "สแตนด์" ซึ่งเป็นจุดเด่นสำคัญของ
โจโจ้แต่ก็สนุกและมันมากๆด้วยเนื้อหาของตัวมันเอง ...และความ
สัมพันธุ์แบบ Bromance ของโจเซฟ โจสตาร์ และ ซีซ่าร์ เซเปลี่
ก็เป็นส่วนสำคัญหนึ่งที่ทำให้โจโจ้ภาคนี้น่าจดจำ
 

สองเพื่อนรักคู่นี้เริ่มต้นจากการเป็นคู่ที่ไม่ลงรอยกัน เพราะความที่
นิสัยและการเติบโตที่ต่างกันอย่างลิบลับ โจเซฟแม้จะไม่มีพ่อแม่
แต่ก็มีชีวิตสุขสบายมาตลอดกับคุณย่าของเขา ในขณะที่ซีซ่าร์
ต้องเติบโตมาอย่างโดดเดี่ยวและยังต้องแบกรับชะตากรรมใน
อดีตเอาไว้ตั้งแต่ยังเด็ก ...แต่ทั้งคู่ก็มีสิ่งหนึ่งเหมือนกันคือการ
ต้องแบกรับชะตากรรมในอดีตเอาไว้ นั่นคือจุดเริ่มต้นของการ
เป็นเพื่อนกันของทั้งคู่
 

จะว่าไปแม้การ์ตูนจะให้เวลาการผูกสัมพันธุ์ของโจเซฟกับซีซ่าร์น้อย
ไปหน่อย เพราะความยาวของการ์ตูนที่ไม่มากนัก ทำให้ความน่าเชื่อ
ถืออาจจะลดลงไปบ้างในสายตานักอ่านรุ่นใหม่ ...แต่ถ้ามองว่าทั้งคู่
เกิดในยุคสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ทุกเวลามีความตรึงเครียดและ
ไม่มีสิ่งเร้าเท่าในสมัยนี้ อีกทั้งต้องผ่านการฝึกฝนและการต่อสู้ที่
เคี้ยวยากพอๆกัน ทำให้การที่ทั้งคู่จะสามารถเป็นเพื่อนรักกันที่สุด
ได้ในเวลาไม่นานได้ไม่ยาก
 

ซึ่งทุกสิ่งทุกอย่างที่ถูกปูมาตั้งแต่แรก ก็มาพีคสุดขีดในตอนที่
ซีซ่าร์ เซเปลี่ ตาย... การตายของเขาไม่สูญเปล่า เพราะมันคือ
แรงผลักดันให้โจเซฟก้าวความห้าวหาญได้ในฐานะวีรบุรุษเต็มตัว 
จนถึงบัดนี้แฟนๆคงจะรู้ดีว่า ไม่มีการตายไหนที่จะซาบซึ้ง เท่ห์
และเปี่ยมพลังเมท่ากับการตายของซีซ่าร์อีกเลย ทั้งการต่อสู้ที่
สวยงาม ปฏิธานอันยิ่งใหญ่ และคุ๋ต่อสู้ที่มองเห็นคุณค่าของ
การเสียสละ (วามู) 
 
 
..เราจะเก็บวีรกรรมของเขาคนนี้ไว้ในมุมหนึ่ง
ของความทรงจำเสมอแน่นอน "ซีซ่าร์ เซเปลี่"...
 

อันเนื่องมาจากตอนนี้ BD กับ DVD ของโจโจ้ฉบับอนิเมะออกมาให้ได้
ซื้อกันแล้ว (ที่ญี่ปุ่นนะครับ ของไทยเราคงรอกันอีกหลายชาติเลย)
ผมเลยเอาสิ่งที่ปรับปรุงให้ดีขึ้นจากตอนฉายทีวีมาให้ชมกันเล่นๆครับ



ภาพหน้าปก BD ครับ


ปัญหาที่ทาง David Production เห็นในตอนแรกๆของอนิเมะ ก็เหมือน
กับที่เราเห็นกันนั่นแหละครับว่า เป็นลายเส้นที่ดูขัดๆตาในตอนแรก รูปหน้า
และสัดส่วนตัวละครดูเบี้ยวๆผิดๆไปหน่อย พึ่งจะมาดีขึ้นก็ตอนที่ 5-6 เอง
พอออกมาเป็นแผ่นทีมงานเลยจัดการปรับปรุงส่วนที่ดูเบี้ยวๆนี้ซะ ผลออกมา
ก็เป็นแบบนี้นี่หล่ะครับ (อาจเพราะช่วงแรกๆไม่ค่อยมีเวลาเก็บงาน เลยออกมา
ดูรีบๆไปหน่อย)

 

 

 

 



จะเห็นว่าพอปรับปรุงปุ๊บ ภาพดูดีขึ้นจมหูเลย



ส่วนนี้ก็คือฉากโหดๆที่ทางที่ทางทีวีทำเงาดำไว้ไม่ให้ดู พอเป็นแผ่นก็มีให้เห็นกันเต็มๆตา
ใครทีบ่นว่าอนิเมะไม่ค่อยโหดเท่ามังงะก็สมหวังกันล่ะทีนี้ (แต่เสียดายที่ไม่มีฉากแดนนี่
โดนไฟครอกเหมือนเดิม...สรุปกรูเป็นคนโรคจิตสินะ 5555 อยากเห็นหมาโดนเผา)

 

 

อนึ่ง ตอนนี้อนิเมะฉายถึงตอนที่ 20 แล้ว หลายๆคนคงจะเสียน้ำตาให้ตอนนี้กันแน่ๆ
 
Tongue out Tongue out Tongue out Tongue out Tongue out Tongue out

เอนทรี่เกิดขึ้นหลังจากผมดูอนิเมะโจโจ้ตอนที่ 20 จบไป เมื่อกี้ เลยขอมาบรรยายความรู้สึกที่คิดว่าไม่น่าจะเกิดขึ้นเลยครับคือ ...ในฉาก "ฟองสบู่สีแดงเจิดจรัส" นั้น ผมอ่านหนังสือการ์ตูนเล่มนี้เป็นพันๆรอบแล้ว รู้อยู่แล้วลล่ะว่ายังไงซีซ่าร์ก็ต้องตายในตอนนี้ จึงคิดว่าตัวเองน่าจะไม่ช็อคเท่ากับคนที่ไม่เคยอ่านมังงะมาก่อน 
 
 
 
แต่พอได้ดูฉากนี้ไปแบบอนิเมะที่มาทั้ง ภาพ สี เสียง แล้ว ...ผมก็รู้สึกช็อคยิ่งกว่าตอนอ่านมังงะซะอีก TT_TT
 

edit @ 23 Feb 2013 19:53:31 by lookeypeople

edit @ 23 Feb 2013 19:54:13 by lookeypeople

edit @ 23 Feb 2013 19:54:54 by lookeypeople